Categories
News

บริหารจัดการอาคาร: รู้จักแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ คุณสมบัติ และการเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน

บริหารจัดการอาคาร: รู้จักแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ คุณสมบัติ และการเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน อากาศในประเทศไทยนับวันมีแต่จะยิ่งร้อนมากขึ้น สังเกตได้จากทุกบ้าน ทุกอาคารบ้านเรือนที่มักจะติดแอร์กันแทบทุกหลัง นั่นหมายถึงความนิยมใช้แอร์มีจำนวนมากขึ้นนั่นเอง แอร์มีหลายระบบ แต่ปัจจุบันมีระบบที่นิยมมากล่าสุด คือระบบ Inverter ดังนั้น ก่อนการซื้อแอร์ก็ต้องทำความรู้จักการทำงานของระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบอินเวอร์เตอร์ หรือระบบแอร์แบบเก่าเพื่อเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ตลอดจนการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับห้อง ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลที่น่ารู้ได้ดังต่อไปนี้

ระบบอินเวอร์เตอร์ คืออะไร

ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) คือ ระบบที่ก่อนส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังคอมเพรสเซอร์ ระบบจะแปลงไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับและปรับความถี่ก่อน ทำให้สามารถควบคุมความเร็วโดยรอบของคอมเพรสเซอร์ได้ดีและละเอียดกว่าระบบเดิมๆ ซึ่งระบบเดิมจะทำได้เพียงแค่ปรับกระแสไฟฟ้าให้สลับโดยตรง ทำให้ทำได้แค่เพียงตัด/ต่อการทำงานของคอมเพรสเซอร์ได้เท่านั้น
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของระบบแอร์ทั้ง 2 ประเภท

1. แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ แอร์ระบบนี้จะดีกว่าระบบเดิมคือ อินเวอร์เตอร์สามารถควบคุมความเย็นในระบบที่กำหนดไว้ได้ หลังจากเมื่ออุณหภูมิให้ความเย็นถึงจุดกำหนดไว้ได้เล็กน้อย จากนั้นจะค่อยๆ ลดรอบลงจนแทบจะหยุดหมุนเพื่อคงอุณหภูมิห้องเอาไว้ เมื่ออุณหภูมิห้องสูงขึ้นกว่าที่กำหนดไว้เล็กน้อย ก็จะกลับมาทำงานให้อุณหภูมิเย็นลงอีกครั้ง เช่น หากตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศา เมื่อทำงานจนเย็นถึง 23-24 องศา ก็จะทำการลดรอบให้อุณหภูมิคงที่และจะกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนดเล็กน้อย เป็นต้น

ข้อดี ราคาถูก ระบบการทำงานไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ สามารถช่วยรักษาอุณหภูมิได้คงที่พอดีกับความต้องการ ประหยัดไฟ เพราะเครื่องระบบนี้จะเดินได้เบา และไร้ปัญหาไฟกระชากอีกด้วย

ข้อเสีย ค่าซ่อมแพง ในกรณีที่เสียหากต้องซ่อมแซมก็มักจะต้องจ่ายค่าซ่อมในราคาแพงกว่ามาก เพราะระบบภายในค่อนข้างมีความซับซ้อนมากกว่าแอร์ระบบเดิม จึงทำให้ซ่อมยากกว่านั่นเอง

2. แอร์ที่ไม่มีระบบอินเวอร์เตอร์ แอร์ระบบนี้เป็นระบบแอร์แบบรุ่นเก่าดั้งเดิม โดยจะทำงานด้วยวิธีการกล่าวคือ เมื่ออุณหภูมิลดลงกว่าที่กำหนดไว้แล้วก็จะทำการตัดให้ระบบไฟในคอมเพรสเซอร์หยุดทำงานทันที เมื่ออุณหภูมิร้อนขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ก็จะจ่ายไฟให้คอมเพรสเซอร์ทำงานอีกครั้ง เช่น หากตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศาการทำงานก็จะทำให้อุณหภูมิลดลงถึง 21-22 องศา แล้วตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์จนกว่าจะถึง 26-27องศาแล้วคอมเพรสเซอร์จึงจะเริ่มทำงานใหม่วนเวียนแบบนี้เรื่อยไป

ข้อดี มีราคาถูกกว่าระบบอินเวอร์เตอร์ การทำงานของระบบข้างในมีความซับซ้อนน้อยกว่า

ข้อเสีย กินไฟสูง โดยเฉพาะในช่วงแรก และไฟอาจมีการกระชากได้ อีกทั้งยังรักษาอุณหภูมิได้ไม่คงที่ อุณหภูมิมีการขึ้นลงไปตามระบบการทำงานของการตัดไฟเข้าคอมเพรสเซอร์นั่นเอง

เลือกใช้งานแอร์อย่างไรให้เหมาะสมกับห้อง

การใช้แอร์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ ประหยัดและเกิดความคุ้มค่ากับค่าไฟที่ต้องจ่ายไป โดยการใช้ทั้งระบบเก่าและใหม่ควรทำ ดังนี้

1. การใช้แอร์ที่มีอินเวอร์เตอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานตลอดเวลาที่ยาวนานและต่อเนื่องหลายชั่วโมง เช่น ห้องทำงาน ห้องนอน หรือต้องการห้องที่มีอุณหภูมิที่สม่ำเสมอและเงียบสงบ

2. การใช้แอร์ที่ไม่มีอินเวอร์เตอร์ เหมาะสำหรับห้องที่ไม่ต้องการความเย็นตลอดเวลา ประหยัด และมักนิยมใช้ขณะที่ต้องเข้ามาใช้ห้องเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าในระยะยาวระบบอินเวอร์เตอร์ ย่อมมีผลดีกว่าระบบเดิมๆ อย่างมากแน่นอน เนื่องจากเป็นระบบที่มีเสียงเงียบ มีประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิได้คงที่มากกว่า อีกทั้งยังกินไฟน้อยกว่า แต่แอร์ระบบเก่าก็ยังคงใช้ได้ดี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา การทำความสะอาดด้วย ไม่ใช่เป็นที่ระบบแต่เพียงอย่างเดียว ดังนั้นหากยังต้องการประหยัด ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเป็นระบบอินเวอร์เตอร์ให้สิ้นเปลือง ตราบใดที่ยังคงใช้งานแอร์ระบบเดิมได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง